story

"ผมเป็นคนขี้นานครับ"

ปกติแล้วเวลาคนที่เค้าจะเขียนอะไรให้มันดูดี เนี่ย ต้องขึ้นประโยค หรือ คำที่มันค่อนข้างสุภาพเรียบร้อย

แต่สำหรับผม.. หึหึ ขอบอกว่าไม่ดีกว่า

 

ตอนอยู่ห้องน้ำมันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ของผมเลยก็ว่าได้ เพราะในห้องนั้น เราไม่ต้องกังวลกับปัญหา

ต่าง ๆ เป็นช่วงเวลาที่ตัวเองจะได้อยู่กับตัวเองมาที่สุด.. เพราะเวลาเราจะขี้ ก็ขี้คนเดียวอยู่แล้ว หรือจะให้

คนอื่นมาดูด้วย?

 

เอาล่ะ เข้าประเด็นดีกว่า (เดี๋ยวจะจมกองขี้ขึ้นมา จะไม่มีใครมารับผิดชอบ) ไอเดียเกือบทั้งหมดตอนทำงาน

มักจะได้จากสถานที่แห่งนี้ครับ.. พวกภาพโปสเตอร์ที่ทำไป หรืองานทั้งหลายแหล่ที่ทำด้วยสมอง มักจะเกิด

ตอน อาบน้ำ หรือไม่ก็ ตอนเบ่ง

 

ไม่รุ้ว่าทำไมมันถึงออกมาได้ (ไอเดีย) เพราะตอนนั้นเราอยากให้ขี้ออก แต่ไอเดียออกมา แล้วทำให้เราเกิด

ฟิต ขึึ้นมาซะงั้น 555+

 

คน อื่นอาจจะประมาณว่า อยากได้ที่เงียบ ๆ คิดไอเดียอย่าง ใต้ต้นไม้ หน้าคอมฯ หรือเดินเล่นให้สมองไหล

ไอเดียออกมาก็ได้ ซึ่งก็แล้วแต่ล่ะกัน ผมไม่บังคับให้มานั่งบนชักโครก แล้วไอเดียไหลตาม.... ออกมาล่ะกัน

 

สำหรับใครที่อยากได้แนวทางในการคิดไอเดียวก็ลองทำตามนี้นะครับ...

 

1. หาข้อมูลครับ... แม่ผมบอกว่า บางครั้งไอเดียเราไม่ได้อยู่แค่หน้าจอคอมครับ อันนี้ผมเชื่ออย่างแรงเลย

เพราะ เวลาอยู่หน้าจอคอม เราก็หาได้แค่ วงแคบ น้อย (หรืออาจจะมากก็ได้ แล้วแต่คน) แต่ถ้าอยากได้

ข้อมูลที่ไม่ใช่แค่ ข้อความ หรือ ภาพล่ะก็ แนะนำครับ 2 สถานที่สำหรับคนที่ต้องการหาไอเดียใหม่ ๆ (1)

หนังสือ (2)สถานที่จริงครับ... (ข้อ 2 แนะนำสำหรับงานที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวนะครับ) ลองหาดู มีอะไรมากกว่าหน้า

จอคอม หรือ วิกิพีเดีย มากมายเลยล่ะ...

 

2. จดข้อมูล... ถ้าเป็นพวกที่ชอบเขียนไดอารี่อยู่แล้วก็ดีครับ จดทุกอย่าง จดมันให้หมดจด การจดหรือ

เขียนไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งตอนที่ไอเดียผุดขึ้นมา เป็นวิธีที่ดีที่สุด และเร็วที่สุด สามารถทำให้เรารื้อหา

ข้อมูลนั้นได้โดยไม่ต้องนั่งคิ้วขมวด แล้วบ่นพึมพำว่า "ตอนนั้นกูคิดอะไรออกว่ะ"

 

3. คิดให้เยอะ... ใครบอกว่า การเป็นคนคิดมาก ไม่ดีนี้ เอารองเท้าเบอร์ 42 ตบเลยนะครับ (สำหรับกรณีนี้

นะ) ที่บอกว่าคนคิดมาก หมายถึง คิดไอเดียให้มากเข้าไว้ ไม่ใช่แค่ 1-3 ไอเดีย แล้วก็ทำเลยอย่างนี้ ใช้

ไม่ได้นะครับ... ประสบกับตัวเองมาแล้ว ตอนทำงานกับอ.ขาว อ.บอกให้คิดไว้เยอะ ๆ ตอนนั้นก็นั่งเล่นเน็ต

ไปเรื่อย ไม่สนใจ พออ.ขอเช็คงาน ปรากฏว่า งานตัวเองมีแค่ 3 ไอเดีย คนอื่นมีเป็นสิบ ชิบหายเลย แล้วมัน

มีผลตอนหลังด้วย ตอนที่เราทำงานจริง ๆ มันทำให้งานออกมา ห่วยแตก เลยซวยไป.. (คือทำออกไปให้อ.ดู

อันนึงแล้วโดนยิงกลับมา เลือดออกไหลตามไส้ติ่งด้านซ้ายเยืองไป 45 องศา เลยทำมันใหม่ โละไอเดียทั้ง

หมด แล้วก็ คิดสด ด้นสด เพื่องานของกู) สรุปคือ "อย่า"เป็นคนคิด(ไอเีดีย)น้อย ให้เป็นคนคิด(ไอเดีย)มาก

 

4. ช่างสังเกตช่างสงสัย... สองอย่างนี้ เป็นอะไรที่(น่าจะ)เข้ามาพร้อมกันเหมือน ไทรอัมคิงดอม, โฟร์-มด

หรือ กอล์ฟ ไมค์ ก็ได้ เพราะว่า ส่วนหนึ่งที่ไอเดียใหม่ ๆ ออกมาก็มาเพราะสิ่งนี้แหละ การเป็นคงช่างสังเกตุ

ช่างสงสัย เป็นพื้นฐานของการคิดงานใหม่ ๆ เพราะถ้าเราไม่คิดอะไรที่มันแหวก หรือแหกคอกนั้น อาจจะทำ

ให้เราย่ำอยู่กะที ตามคนอื่นไม่ทัน เพราะงั้น ลองมาเป็นคนช่างสังเกตุช่างสงสัยกัน.. ถามว่า สังเกตุ สะกด

อย่างนี้ถูกรึเปล่า?

 

5. เข้าไปหาเรื่องกับคนอื่น... หมายถึง เข้าไปถามนั้นแหละ มันจะต่อกับข้อ 4 พอเราช่างสงสัยปั้บ สิ่งที่

ตามมาคือ ไปถามครับ ถือเป็นพื้นฐานและเป็นส่วนหนึ่งของการหาไอเดียเลยล่ะ (ข้อ1) เพราะอย่างนี้แหละ

งานของแต่ละคน ออกมาจะไม่เหมือนกัน หึหึ

 

เอาเป็นว่า ลองเอาไปใช้กันดูล่ะกัน อาจจะไม่มีประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้าทำอย่างนี้แล้ว งานก็น่าจะออกมาดี

แหละ เชื่อผมเถอะ คุ้ม!